News / Announcement

STS MANAGEMENT GROUP CO..LTD
Announcement
วันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
February 3, 2020

วันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3

ประวัติวันมาฆบูชา ประวัติวันมาฆบูชาเริ่มต้นขึ้นภายหลังที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จเดินทางไปปฏิบัติพุทธกิจแสดงธรรม ณ ถ้ำสุกรขาตาเสร็จสิ้นแล้ว พระองค์ได้เดินทางกลับมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เมื่อหลังจากที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ไปเป็นเวลา 9 เดือน ในวันที่พระองค์เสด็จกลับมาประทับตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะ หรือเดือน 3 ในเวลาบ่าย พระอรหันตสาวกได้เดินทางมามาเข้าเฝ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า อันประกอบไปด้วย คณะศิษย์ของชฎิล 3 พี่น้อง จำนวน 1,000 รูป และคณะของพระอัครสาวก จำนวน 250 รูป รวมจำนวนได้ 1,250 รูป โดยในจำนวนนี้มิได้นับรวมชฎิล 3 พี่น้องและอัครสาวกทั้ง 2 ซึ่งการเดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในวันมาฆฤกษ์นี้นับเป็นการเข้าประชุมของพระอรหันต์ผู้เป็นมหาสังฆนิบาติ และประกอบด้วย องค์ประกอบอัศจรรย์ทั้ง 4 ประการที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต อันประกอบไปด้วย พระสงฆ์สาวกมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเป็นจำนวน 1,250 รูป ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ พระสงฆ์ที่เดินทางมาประชุมทั้งหมดต่างล้วนแต่เป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือการเป็นพระสงฆ์โดยได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนแล้วแต่เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 วันที่พระสงฆ์มาประชุมตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ โดยอาจเรียกวันนี้เป็นอีกคำหนึ่งได้ว่า วันจาตุรงคสันนิบาต หรือวันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 มูลเหตุวันมาฆะบูชา ภายหลังจากที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้เมื่อวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 6 และได้ทรงประกาศพระศาสนา อีกทั้งได้มีการส่งพระอรหันตสาวกออกไปจากริกเพื่อเผยแพร่พระทุทธศาสนายังสถานที่ต่างๆ ล่วงมาก็นับเป็นเวลาได้ 9 เดือน แต่เดิม พระสงฆ์เหล่านี้เคยนับถือศาสนาพราหมณ์อยู่ก่อนที่หันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า และระลึกได้ว่าในวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) เป็นสำคัญของศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเหล่าผู้ศรัทธา พราหมณลัทธินิยมถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวาราตรี โดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาป หรือล้างบาปด้วยน้ำ แต่บัดนี้ตนได้เลิกนับถือในลัทธิเดิม หันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว เห็นว่าควรเปลี่ยนเป็นเดินทางไปเข้าเฝ้าเพื่อฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงทำให้พระอรหันต์เหล่านี้ที่เคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม พร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย โอวาทปาฏิโมกข์ เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงทอดพระเนตรเห็นมหาสังฆนิบาต อันประกอบไปด้วยเหตุอัศจรรย์ทั้ง 4 หรือที่เรียกกันว่า จาตุรงคสันนิบาต พระองค์จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันสมควรที่จะแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ อันเป็นหลักคำสอนสำคัญซึ่งเป็นหัวใจหลักของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมของพระสงฆ์เหล่านี้ เพื่อเป็นการวางจุดหมาย หลักการ รวมถึงวิธีการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาต มีใจความดังนี้ พระพุทธพจน์คาถาที่สอง พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงวิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงที่เรียกว่า หลักการ 3 อันประกอบไปด้วย การไม่ทำชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี การทำจิตใจของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง พระพุทธพจน์คาถาแรก พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมาย หรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีที่ว่า นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา หรือที่เรียกว่า อุดมการณ์ 4 อันประกอบไปด้วย ความอดทนอดกลั้นเป็นสิ่งที่นักบวชในศาสนานี้พึงยึดถือ อีกทั้งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจทุกอย่างที่ต้องเจอในชีวิตนักบวช อาทิ ประสงค์ร้อนได้เย็น ประสงค์เย็นได้ร้อน การมุ่งให้ถึงพระนิพพานที่เป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช มิใช่สิ่งอื่นนอกจากพระนิพพาน พระภิกษุและบรรพชิตในพระธรรมวินัยนี้ (ภิกษุณี สามเณร สามเณรี สิกขมานา) ไม่ถึงทำให้ผู้อื่นลำบากด้วยการทำความทุกข์กาย หรือทุกข์ใจไม่ว่าจะในกรณีใดๆ พระภิกษุ ตลอดจนบรรพชิตในพระธรรมวินัยนี้ ต้องขอแก่ทายกด้วยอาการที่ไม่เบียดเบียน (ไม่เอ่ยปากเซ้าซี้ขอและไม่ใช้ปัจจัยสี่อย่างฟุ่มเฟยจนเดือดร้อนทายก) โดยพระพุทธพจน์คาถาที่สองนี้ในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในคาถาสามคาถากึ่งเท่านั้น พระพุทธพจน์คาถาที่สาม พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแพร่พระศาสนา 6 ประการที่เรียกว่า วิธีการทั้ง 6 อันประกอบไปด้วย การไม่กล่าวร้ายใคร การไม่ทำร้ายใคร การมีความสำรวมในปาฏิโมกข์ทั้งหลาย การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร การรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด ความสำคัญของวันมาฆบูชา หากจะพูดโดยสรุปรวมแล้ว ความสำคัญของวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งของโลก ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งในวันนี้เมื่อครั้งอดีตมีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น โดยพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมาย อีกทั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า และเป็นพระอรหันต์อีกด้วย วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือวันมาฆบูชานี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ ที่เป็นบอกกล่าวถึงหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติในพระพุทธศาสนา สามารถนำข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ในทุกสังคม มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการละความชั่วทุกชนิด หมั่นทำความดีให้เป็นกิจวัตร ให้ตนถึงพร้อมและมีจิตใจที่ผ่องใส กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันมาฆบูชา ในวันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า อีกทั้งตลอดทั้งวันก็ยังมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ เพิ่มอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปวัดเพื่อรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง การถวายสังฆทาน การให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา) การฟังพระธรรมเทศนา รวมถึงการไปเวียนเทียนรอบโบส์ถในช่วงเย็น โดยปกติในวันมาฆบูชาก่อนที่จะเริ่มการเวียนเทียน วัดต่างๆ จะจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์ หรือที่การทำวัตรเย็น แล้วตามด้วยการเวียนเทียนอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. หรือ 2 ทุ่มตรง (มีพระสงฆ์นำเวียนเทียน) ซึ่งบทสวดที่พระสงฆ์นิยมสวดในวันมาฆบูชาก่อนเริ่มการเวียนเทียนนี้จะนิยมสวดตามลำดับ ดังนี้ (ทั้งบาลีและคำแปล) บทบูชาพระรัตนตรัย (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อรหัง สัมมา ฯลฯ) บทนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า (นะโม ฯลฯ ๓ จบ) บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อิติปิโส ฯลฯ) บทสรรเสริญพระพุทธคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:องค์ใดพระสัมพุทธ ฯลฯ) บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สวากขาโต ฯลฯ) บทสรรเสริญพระธรรมคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:ธรรมมะคือ คุณากร ฯลฯ) บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สุปฏิปันโน ฯลฯ) บทสรรเสริญพระสังฆคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:สงฆ์ใดสาวกศาสดา ฯลฯ) บทสวดบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อัชชายัง ฯลฯ) ต่อจากนั้นจะมีการจุดธูปเทียนและถือดอกไม้ที่เป็นเครื่องสักการะบูชา แล้วเดินเวียนรอบปูชนียสถานจำนวน 3 รอบ โดยขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นพึงตั้งจิตใจให้สงบ พร้อมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณด้วยการสวด อิติปิโส รอบที่ 1 ระลึกถึงพระธรรมคุณด้วยการสวด สวากขาโต รอบที่ 2 และปิดท้ายด้วยการระลึกถึงพระสังฆคุณด้วยการสวด สุปะฏิปันโน รอบที่ 3 ทำเช่นนี้ไปจนกว่าจะเวียนจบครบ 3 รอบ แล้วให้นำธูป เทียน ดอกไม้ไปบูชาตามปูชนียสถานจึงเป็นอันเสร็จพิธี เคดิต http://event.sanook.com/day/magha-puja/ ข้อมูลเพิ่มเติม Wikipedia.org , Dhammanatural.blogspot.com , Dhammathai.org

Read More
ต้อนรับหน่วยงานใหม่ประจำปี 2563 เอชทู เมทัล คอนโดมิเนียม (H2 metal condominium) และ เอชทู วูด คอนโดมิเนียม (H2 woodl condominium)
ประชาสัมพันธ์
February 3, 2020

ต้อนรับหน่วยงานใหม่ประจำปี 2563 เอชทู เมทัล คอนโดมิเนียม (H2 metal condominium) และ เอชทู วูด คอนโดมิเนียม (H2 woodl condominium)

ชื่อโครงการ :เอชทู เมทัล คอนโดมิเนียม (H2 metal condominium) เจ้าของโครงการ : บริษัท เอสเตท คิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ที่อยู่:6 ซอยรามอินทรา 19แยก4 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 ประเภทโครงการ : จำนวนชั้น: 8 จำนวน ยูนิตทั้งหมด : 78 พื้นที่โครงการ : 0-1-99 ไร่ ชื่อโครงการ :เอชทู วูด คอนโดมิเนียม (H2 woodl condominium) เจ้าของโครงการ : บริษัท เอสเตท คิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ที่อยู่:8 ซอยรามอินทรา 19แยก4 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 ประเภทโครงการ : จำนวนชั้น: 8 จำนวน ยูนิตทั้งหมด : 79 พื้นที่โครงการ : 0-1-99 ไร่ บริหารร่วม 2 นิติบุคคลฯ

Read More
วันตรุษจีน 2563 เทศกาลตรุษจีน (25 มกราคม 2563)
ประชาสัมพันธ์
January 16, 2020

วันตรุษจีน 2563 เทศกาลตรุษจีน (25 มกราคม 2563)

วันตรุษจีน นับว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดเทศกาลหนึ่งของจีน ถือได้ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 หรือ ค.ศ.2020 นี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม 2563 เป็นเทศกาลที่มีความคล้ายคลึงกับเทศกาลสงกรานต์ในบ้านเรา โดยชาวจีนทุกคนจะให้ความสำคัญกับวันตรุษจีนนี้เป็นอย่างมาก มีการหยุดงานต่อเนื่องหลายวัน โรงเรียน ตลอดจนสถาบันการศึกษาปิดภาคเรียน (ปิดภาคเรียนฤดูหนาว) ในช่วงนี้ เหลือแค่เพียงบางอาชีพ บางประเภทงานเท่านั้นที่อาจต้องทำหน้าที่พิเศษจึงไม่สามารถหยุดงานได้ โดยเฉลี่ยจะหยุดกันประมาณ 3 – 4 วัน เพื่อเตรียมตัวและเตรียมข้าวของสำหรับจัดงานปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง เมื่อวันตรุษจีนเดินทางมาถึง ทุกๆ ครอบครัวก็จะทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อให้เป็นการก้าวผ่านปีใหม่ไปได้อย่างสะอาด สดใส ภายในร้านรวงต่างๆ ตลอดจนห้างสรรพสินค้าต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ ซื้อของขวัญให้กับญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพรในโอกาสมงคล ส่วนในตลาดก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาซื้อของไหว้ตรุษจีน ซื้อปลาบ้าง ซื้อเนื้อสัตว์บ้าง ซื้อเป็ดไก่บ้าง ซึ่งทุกคนนั้นต่างก็ดูแจ่มใส เต็มไปด้วยความสุขในช่วงใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ เด็กๆ ล้วนมีความสุขที่ได้สวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ชุดใหม่ๆ ได้ทานลูกกวาด ขนมหวาน เล่นพลุ เล่นประทัดกันอย่างสนุกสนาน รื่นเริง นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ครึกที่สุดของประเทศจีน รวมถึงชุมชนชาวจีน อย่าง เยาวราช บ้านเราก็คึกคักไม่แพ้กัน ว่ากันว่า 1 คืนก่อนวันปีใหม่จีนจะเป็นวันสุดท้ายของปีที่ในช่วงคืนนั้นจะคึกครื้นมากที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิดก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเดินทางกลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน เมื่อถึงช่วงมื้อค่ำในคืนก่อนวันปีใหม่จีน ทุกคนในครอบครัวจะมานั่งรวมกันอย่างพร้อมหน้าล้อมโต๊อาหาร หยิบแก้วชนเฉลิมฉลองและอวยพรปีใหม่กัน เวลานี้เป็นเวลาที่ทุกบ้านจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ชาวจีนที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศก็จะเริ่มทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) ส่วนชาวจีนที่อยู่ทางตอนใต้ ก็จะปั้นลูกอี๋และทำน้ำเชื่อม ทำไป ชิมไป ทานไปอย่างสนุกครึกครื้น เมื่อแสงแรกของเช้าวันใหม่ในวันแรกของปีมาถึง ทุกคนจะตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อออกไปเยี่ยมบ้านเพื่อนฝูงและอวยพรปีใหม่ซึ่งกันและกัน ประวัติวันตรุษจีน เทศกาลตรุษจีน มีความคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศแถบตะวันตก เรื่องราวที่ยาวนาน ร่องรอยประเพณี ตลอดจนพิธีกรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับการฉลองตรุษจีนนั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จนไม่สามารถกลับไปย้อนที่จุดตั้งต้นได้ว่าชาวจีนเริ่มฉลองในวันปีใหม่ของพวกเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ โดยที่ตรุษจีนนั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี อาจเรียกทั่วไปได้ว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูไมใบไม้ผลิ ที่มีระยะเวลาแห่งการเฉลิมฉลองยาวนานกว่า 15 วัน การเตรียมงานเพื่อเฉลิมฉลองในวันตรุษจีนนี้จะเริ่มขึ้น 1 เดือนก่อนถึงวัน (เช่นเดียวกับวันคริสต์มาสของประเทศในแถบตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มหาซื้อของขวัญและของประดับตกแต่งบ้านเรือน รวมถึงอาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกปัดกวาด ทำความสะอาดตั้งแต่ชั้นบนลงมาถึงชั้นล่าง หน้าบ้านจนถึงหลังบ้าน นั่นหมายถึง การปัดกวาดเอาโชคร้ายทั้งหลายออกไป ประตู หน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณ หรือทาสีใหม่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงที่เป็นสีมงคลที่ชาวจีนนิยมกัน อีกทั้งประตู หน้าต่างจะถูกประดับประดาไปด้วยกระดาษที่มีคำอวยพร อย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น อาหารวันตรุษจีน ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นล้วนถูกผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้าที่เป็นของไหว้ตรุษจีน ซึ่งอาหารค่ำในช่วงก่อนถึงวันตรุษจีนนั้นจะประกอบไปด้วยอาหารทะเลและอาหารนึ่ง อาทิ ขนมจีบ โดยอาหารแต่ละอย่างก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข หอยเป๋าฮื้อแห้ง หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสด หมายถึง การนำมาซึ่งความโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่ายที่ดูคล้ายผม แต่กินได้ หมายถึง การนำความร่ำรวยมาให้ ขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึง คำอวยพรของบรรพชน เสื้อผ้าวันตรุษจีน การใส่เสื้อผ้าที่มีสีแดง นับว่าเป็นสีที่เป็นมงคล เป็นการขับไล่ปีศาจร้ายให้ออกไปจากร่างกาย ชีวิต การใส่สีดำ หรือสีขาว ถือว่าเป็นสีต้องห้าม เป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ กิจกรรมก่อนเข้าสู่วันตรุษจีน หลังจากมื้ออาหารค่ำในคืนก่อนวันปีใหม่ ทุกคนในครอบครัวจะนั่งรอกันจนถึงเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน อีกทั้งในวันนี้จะต้องไม่มีอารมณ์โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ นั่นก็เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง ของไหว้ตรุษจีน ในวันที่มีการฉลองตรุษจีนนั้นจะมีการรับประทานอาหารมากกว่าวันอื่นๆ ในปี อาหารที่เป็นของไหว้ตรุษจีนต่างๆ ที่มีอยู่ในประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา จะถูกตระเตรียมไว้เพื่อญาติพี่น้องเพื่อนฝูง รวมไปถึงบรรพบุรุษและญาติที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ส่วนใหญ่ในวันตรุษชาวจีนจะนิยมรับประทานผักที่เรียกว่า ไช่ รวมไปถึงผักประเภทอื่นๆ นำมาปรุงเป็นอาหาร ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ราก หรือผักที่มีลักษณะคล้ายเส้นใย ชาวจีนหลายคนก็ยังเชื่อว่าผักต่างๆ ล้วนมีความหมายที่เป็นมงคลในตัวของมันเอง ลองดูได้จากอาหารเหล่านี้ เม็ดบัว หมายถึง การมีลูก หลานที่เป็นผู้ชาย เกาลัด หมายถึง เงิน ทรัพย์สมบัติ สาหร่ายดำ หมายถึง ความร่ำรวย เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง หมายถึง การเต็มไปด้วยความร่ำรวยและความสุข หน่อไม้ หมายถึง คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข ปลาทั้งตัว หมายถึง ตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดมสมบูรณ์ ไก่ หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า โดยไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หาง และเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ เส้นหมี่ หมายถึง ชีวิตที่ยืนยาว ไม่นิยมตัดเมื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร หมายเหตุ เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้ เนื่องจากสีขาว เป็นสีแห่งความโชคร้ายสำหรับปีใหม่ หมายถึงการไว้ทุกข์ ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีนที่มีมาถึงปัจจุบัน ทางตอนใต้ของจีน อาหารที่นิยมและรับประทานกันมากที่สุด ได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวานที่ถือว่าเป็นอาหารอันโอชะ ส่วนทางเหนือ ได้แก่ หมั่นโถวและติ่มซำ อาหารจำนวนมากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน อ่านเพิ่มเติมเรื่อง: ของไหว้ตรุษจีน การไหว้บรรพบุรุษ วันตรุษจีนในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนในบ้านเราจะถือประเพณีปฏิบัติในวันตรุษจีนอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว วันจ่าย วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องออกไปจับจ่าย ซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าเหล่านั้นจะปิดร้านเพื่อหยุดพักผ่อนยาว รวมถึงไม่จำเป็นต้องจุดธูปเพื่ออัญเชิญเจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันก่อน เพราะเจ้าไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเมื่อ 4 วันที่แล้ว วันไหว้ ตอนเช้ามืด จะเริ่มพิธีการไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย โดยเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด และไก่ อาจะเพิ่มตับ และปลาก็จะเป็นเนื้อสัตว์ห้า อย่าง ร่วมกับเหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ตอนสาย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายแป๋บ้อ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเป็นการแสดงความกตัญญูตามความเชื่อและคติของจีน ซึ่งในการไหว้ครั้งนี้จะใช้เวลาไม่เกินเที่ยง มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนใหญ่จะทำตามสิ่งที่ผู้ล่วงรับชอบรับประทาน) รวมทั้งมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่อเป็นการอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ จากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาครอบครัว หรือวงศ์ตระกูลที่จะรวมตัวกันได้มากที่สุด ปิดท้ายด้วยการแลกอั่งเปาหลังจากที่ได้รับประทานอาหารร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนบ่าย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องประกอบการไหว้จะเป็นจำพวก ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างความเป็นสิริมงคล วันเที่ยว วันเที่ยว หรือวันถือ นั่นก็คือ วันขึ้นปีใหม่ โดยเป็นวันที่หนึ่ง เดือนที่หนึ่งของปี ในวันนี้ ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คือ ป้ายเจีย เป็นพิธีการไหว้ขอพรและรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้ที่เราเคารพรัก มีการนำส้มสีทองไปมอบให้ เพราะ ส้ม ในภาษาแต้จิ๋ว คือ กิก ที่ไปพ้องกับคำว่า ความสุข หรือโชคลาภ อีกทั้งคำว่า ส้ม ในภาษากวางตุ้ง เรียกว่า ก้าม ที่ไปพ้องกับคำว่า ทอง ฉะนั้นการให้ส้มก็เหมือนกับการนำความสุข หรือโชคลาภไปให้ โดยจะมีการมอบส้มจำนวน 4 ผลที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชาย รวมถึงการที่เรียกวันนี้ว่าเป็นวันถือนั้น ก็เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นวันที่มีสิริมงคล ให้งดทำบาป ซึ่งจะมีการถือคติบางอย่างที่สำคัญ อาทิ งดการพูดจาที่ไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน ข้อมูลเพิ่มเติม Wikipedia.org

Read More
Multimedia

นิติบุคคลอาคารชุดมีหน้าที่อะไรบ้าง?

สิทธิและหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องในอาคารชุด

ค่าส่วนกลางไม่จ่ายก็ได้หรือ?

เปิดตัวบริษัทฯ

บริษัท STS Management Group จัดสัมนาพนักงาน EP.01
บริษัท STS Management Group จัดสัมนาพนักงาน EP.02
บริษัท STS Management Group จัดสัมนาพนักงาน EP.03
บริษัท STS Management Group จัดสัมนาพนักงาน EP.04

ปล่อยห้องเช่ารายวันในคอนโดทำได้หรือไม่?
วันนี้เรามีคำตอบที่นี่

เคดิต.บริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์แมเนจเม้นท์ จำกัด

 

บรรยากาศการ​ร่วมทำบุญกับหลวงพ่ออลงกต แห่งวัดพระบาทน้ำพุ
เมื่อวัน พุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2563 ณ บริษัท เอสทีเอส แมเนจเม้นท์ กรุ๊ป จํากัด
บุญกุศลครั้งนี้ขอมอบให้แก่ทุกคนทุกท่าน สาธุครับ

“SERVICE TO SUCCESS”

STS Management group Co., Ltd.